ทำไมน้ำฝนถึงทำลายสีรถ?
หลายคนเข้าใจผิดว่า ฝนตกแล้วไม่ต้องล้างรถ เพราะน้ำฝนช่วยล้างฝุ่นออกแล้ว แต่ความจริงแล้ว น้ำฝนมีสารอันตรายหลายชนิดที่ทำลายสีรถ:
กรดในน้ำฝน (Acid Rain)
น้ำฝนดูดซับมลพิษจากอากาศ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ทำให้น้ำฝนมีสภาพเป็นกรดอ่อน กัดกร่อนสีรถเมื่อแห้ง
ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
น้ำฝนพาฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ มูลนก และสิ่งสกปรกจากอากาศมาเกาะบนผิวรถ เมื่อแห้งจะเป็นคราบที่ยากต่อการทำความสะอาด
คราบน้ำ (Water Spots)
เมื่อน้ำฝนแห้ง แร่ธาตุในน้ำจะทิ้งคราบขาวบนสีรถ หากปล่อยนานจะกัดลึกเข้าไปในชั้นเคลียร์โค้ต ทำให้สีรถด่าง
ความชื้นสะสม
ความชื้นจากฝนทำให้เกิดเชื้อราและกลิ่นอับภายในรถ โดยเฉพาะตามซอกยางขอบประตูและพรมปูพื้น
5 วิธีดูแลรถในหน้าฝน
ล้างรถทันทีหลังฝนตก (ภายใน 24-48 ชม.)
อย่าปล่อยให้คราบน้ำฝนแห้งบนสีรถ ยิ่งปล่อยนานยิ่งกัดกร่อน ที่ AUTO MEET ล้างรถอัตโนมัติเพียง 9 นาที แวะมาล้างระหว่างทางได้เลย
เคลือบเงาหรือเคลือบแก้วก่อนหน้าฝน
การเคลือบเงาช่วยสร้างชั้นป้องกันบนสีรถ ทำให้น้ำฝนไหลออกง่ายขึ้น ที่ AUTO MEET ทุกครั้งที่ล้างจะเคลือบเงาให้อัตโนมัติ รวมในราคา 150-200 บาท
ตรวจสอบยางปัดน้ำฝน
ยางปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพจะทำให้มองไม่ชัดขณะขับรถในฝน ควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือน หรือเมื่อเริ่มมีเสียงดังหรือปัดไม่สะอาด
ทำความสะอาดใต้ท้องรถ
น้ำท่วมขังบนถนนมีโคลนและสิ่งสกปรกที่เกาะใต้ท้องรถ ควรล้างใต้ท้องรถเป็นประจำ ที่ AUTO MEET ระบบฉีดน้ำแรงดันสูงครอบคลุมทุกจุดรวมใต้ท้องรถ
จอดรถในที่ร่มเมื่อทำได้
หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแจ้งในหน้าฝน เพราะน้ำฝนจะสะสมบนสีรถ หากไม่มีที่จอดในร่ม ควรใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำ
ทำไม AUTO MEET ถึงเหมาะกับการล้างรถหน้าฝน
- มีหลังคาคลุมตลอดเส้นทาง — ล้างได้แม้ฝนตก
- ล้างเสร็จใน 9 นาที — แวะมาล้างระหว่างทางได้เลย
- เคลือบเงาอัตโนมัติทุกครั้ง — ป้องกันน้ำฝน
- น้ำแรงดันสูง 360 องศา — ล้างคราบน้ำฝนออกหมด
- ราคาเพียง 150-200 บาท — คุ้มค่าล้างบ่อยๆ ในหน้าฝน
- เปิดทุกวัน 09:00-20:00 น. — สะดวกทุกเวลา
